จำหน่ายคอมเพรสเซอร์แอร์ อะไหล่แอร์บ้าน อะไหล่ตู้เย็น

แคปทิ้วบ์/แคปพิลารี่ทิ้วบ์

ท่อแคปพิลารี่/แคปทิ้วบ์ (Capillary Tube)

ระบบของเครื่องทำความเย็นที่ใช้ท่อแคปพิลารี่เป็นตัวควบคุมการไหลของน้ำยาเป็นแบบที่อาศัยหลักการทำงานอย่างง่ายๆ ท่อแคปพิลารี่หรือที่ช่างทั่วๆ ไปเรียกอย่างสั้นๆ ว่า “ท่อแคปทิ้วบ์/แคปทิ้วบ์” จะเป็นท่อที่มีขนาดเล็กมาก ที่พบใช้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางในของท่อตั้งแต่ 0.028 - 0.095 นิ้ว ในระบบของเครื่องทำความเย็น ท่อแคปพิลารี่ที่ต่ออยู่ระหว่างคอนเดนเซอร์กับอีวาพอเรเตอร์ เนื่องจากเป็นท่อที่มีรูปขนาดเล็กดังนั้นที่ทางเข้าของท่อแคปพิลารี่จึงควรต้องมีตะแกรงกรองเพื่อป้องกันฝุ่นผงที่อาจหลงเหลืออยู่บ้างในระบบไม่ให้เข้าไปอุดตันในท่อแคปพิลารี่นี้

เนื่องจากท่อแคปทิ้วบ์ต่ออยู่ในระบบแบบอนุกรมและเป็นท่อที่มีขนาดเล็ก ทำให้น้ำยาที่ไหลจากคอนเดนเซอร์ไปยังอีวาพอเรเตอร์ถูกจำกัดให้ไหลผ่านได้เพียงเล็กน้อย และความดันของน้ำยาในระบบถูกลดลงที่ท่อแคปทิ้วบ์ อย่างไรก็ตามอัตราการไหลของน้ำยาที่ไหลผ่านท่อแคปทิ้วบ์ จะต้องให้ได้ขนาดพอเหมาะกับคอมเพรสเซอร์และความดันน้ำยาในคอนเดนเซอร์และอีวาพอเรเตอร์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นของระบบดีที่สุด ถ้าท่อแคปทิ้วบ์มีขนาดเล็กหรือยาวเกินไป อัตราการไหลของน้ำยาที่ไหลจากคอนเดนเซอร์ไปยังอีวาพอเรเตอร์ผ่านได้น้อยกว่าที่ควร จะทำให้ความดันและอุณหภูมิในคอนเดนเซอร์สูงขึ้นและค่าผลความเย็นของระบบที่อีวาพอเรเตอร์น้อยลง ในทำนองเดียวกัน ถ้าท่อแคปทิ้วบ์มีขนาดใหญ่หรือสั้นเกินไป อัตราการไหลของน้ำยาที่ไหลผ่านท่อแคปทิ้วบ์จะผ่านได้มากเกินไป ทำให้น้ำยาเหลวท่วมในอีวาพอเรเตอร์ และอาจถูกดูดกลับเข้าคอมเพรสเซอร์ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อคอมเพรสเซอร์ ค่าความดันของน้ำยาในคอนเดนเซอร์ลดลง น้ำยาไม่สามารถกลั่นตัวเป็นน้ำยาเหลวได้ทำให้ประสิทธิภาพของระบบลดลงด้วย

จากเหตุผลดังกล่าว การเพิ่มหรือลดขนาดและความยาวของท่อแคปทิ้วบ์จะทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นของระบบลดลง ดังนั้นการออกแบบกำหนดขนาดและความยาวของท่อแคปพิลารี่ จึงจำเป็นต้องให้พอเหมาะกับปริมาณความร้อนที่คิดเป็นโหลดเพื่อให้ประสิทธิภาพของระบบดีที่สุด ซี่งตามปกติเมื่อค่าปริมาณความร้อนที่คิดเป็นโหลดเพิ่มขึ้นหรือลดลงแล้ว อัตราการไหลของน้ำยาในระบบที่ไหลผ่านท่อแคปทิ้วบ์ก็จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามด้วย ทั้งนี้เพราะค่าความดันของน้ำยาในระบบที่คอนเดนเซอร์จะถูกเปลี่ยนแปลงไปตามค่าปริมาณความร้อนที่คิดเป็นโหลดซึ่งเปลี่ยนแปลงด้วย

ระบบของเครื่องทำความเย็นที่ใช้ท่อแคปทิ้วบ์เป็นตัวควบคุมและปรับอัตราการไหลของน้ำยาในขณะที่ระบบทำงานน้ำยาจะไหลผ่านท่อแคปทิ้วบ์ตลอดเวลา และเมื่อหยุดระบบความดันของน้ำยาจากด้านความดันสูงจะไหลกลับเข้าด้านความดันต่ำจนกระทั่งความดันเท่ากัน ดังนั้นระบบที่ใช้ท่อแคปทิ้วบ์จึงไม่จำเป็นต้องมีท่อพักน้ำยาเหลว และน้ำยาที่บรรจุเข้าในระบบจะต้องให้น้อยที่สุดพอเหมาะกับขนาดของเครื่อง ซึ่งถ้าบรรจุมากเกินไปจะทำให้อุณหภูมิในคอนเดนเซอร์สูง ความดันของจุดกลั่นตัวเป็นน้ำยาเหลวสูงขึ้นด้วย ทำให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง และยังทำให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนัก เมื่อหยุดระบบ น้ำยาเหลวอาจไหลเข้าคอมเพรสเซอร์ ทำให้คอมเพรสเซอร์ชำรุดได้

ข้อดีของท่อแคปทิ้วบ์มีดังนี้

  1.   เป็นแบบที่มีหลักการทำงานง่ายๆ
  2.   ราคาถูก
  3.   ระบบออกตัวได้ง่าย เพราะเมื่อขณะหยุดระบบ ความดันของน้ำยาในระบบด้านความดันสูงสามารถไหลกลับเข้าสู่ด้านความดันต่ำของระบบได้จนมีความดันท่ากัน
  4.   ใช้น้ำยาน้อย เพราะระบบไม่จำเป็นต้องมีท่อพักน้ำยาเหลว

ท่อแคปทิ้วบ์ควรใช้กับระบบเครื่องทำความเย็นที่มีค่าปริมาณความร้อนที่คิดเป็นโหลดเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก เช่น ตู้เย็น, ตู้แช่ และเครื่องปรับอากาศชนิดติดหน้าต่าง ที่ท่อทางออกของอีวาพอเรเตอร์ควรมีแอกคิวมูเลเตอร์หรือเฮดเดอร์ เพื่อป้องกันมิให้น้ำยาเหลวไหลกลับเข้าคอมเพรสเซอร์

ระบบของเครื่องทำความเย็นที่ใช้ท่อแคปทิ้วบ์ ควรบัดกรีท่อแคปทิ้วบ์กับท่อซักชั่นเพือการถ่ายเทความร้อนระหว่างท่อทั้งสอง เป็นการใช้ความเย็นจากท่อซักชั่นทำซับคูลให้กับน้ำยาในท่อแคปทิ้วบ์ ขณะเดียวกันก็ใช้ความร้อนจากท่อแคปทิ้วบ์ ทำซูเปอร์ฮีตให้กับน้ำยาในท่อซักชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความเย็นของระบบให้สูงขึ้น

การหาขนาดและความยาวของท่อแคปทิ้วบ์ โดยทั่วไปแล้วการซื้อมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ใหม่มักจะต้องมีใบคู่มือแสดงรายละเอียดของคอมเพรสเซอร์ กำหนดถึงขนาดแคลอรีและความเร็วรอบต่อนาทีของมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แนบมาด้วย ในใบคู่มือนี้จะบอกขนาดและความยาวของท่อแคปทิ้วบ์ให้ด้วย บางครั้งจะบอกความยาวในการบัดกรีท่อแคปทิ้วกับท่อซักชั่นไว้ด้วย แต่ถ้าเป็นการซ่อมของเก่าที่ใช้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เท่าเดิมแล้ว ก็ควรใช้ท่อแคปทิ้วบ์ที่มีขนาดและความยาวเท่าเดิม

แคปพิลารี่/แคปทิ้วบ์สำเร็จ

1. แคปพิลารี่ทิ้วบ์แบบฉีดใน (ติดตั้งในแฟนคอยล์)

2. แคปพิลารี่ทิ้วบ์แบบฉีดนอก (ติดตั้งในคอนเดนซิ่ง)

ทั้งสองชนิด แบ่งตามอัตราการไหลของปริมาตรลม CFM (Cubic Foot per Minute/ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที) ซึ่งมีรุ่นดังนี้

400 CFM (สำหรับแอร์  <12000 BTU)

600 CFM (สำหรับแอร์ 16000, 18000, 20000 BTU)

800 CFM (สำหรับแอร์ 25000 BTU)

1200 CFM (สำหรับแอร์ 35000-38000 BTU)

1600 CFM (สำหรับแอร์ 44000 BTU)


สามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม และราคาได้ที่

https://airconpartsservice.com/product-category/pressure-control/capillary-tube/

แสดง 1-1 จาก 1 รายการ